การจัดการภายในสวน
- การจัดการภายในสวน
ไผ่ปลูกง่ายก็จริง แต่ต้องมีการจัดการ และดูแลเอาใจใส่ที่ดีพอสมควร จึงจะประสบผลสำเร็จ ฉะนั้นการเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่อยากจะแบ่งปันและเล่าสู่กันฟัง จากประสบการณ์การปลูกไผ่ภายในสวน ซึ้งพื้นที่ทั้งหมดเป็นที่นาโดยได้ทำการปรับเปลี่ยนสภาพจากนาปลูกข้าวมาเป็นสวนไผ่ แน่นอนว่าน้ำท่วมขังนานมากกว่า 3 เดือน แต่ไผ่ตงลืมแล้งเป็นไผ่ที่ทนน้ำท่วมได้ดีและไม่ตาย ในช่วงฤดูฝนช่วงที่มีน้ำท่วมขังไผ่จะมีการชะงักการเจริญเติบโตอยู่บ้าง แต่ในข้อเสียกลับพบข้อดีมากกว่า คือพอถึงช่วงฤดูแล้งกลับพบว่า ไผ่ที่ปลูกในพื้นที่ลุ่มจะออกหน่อได้เร็วกว่าบนพื้นที่ดอนประมาณ1-2 เดือน และให้ผลผลิตมากกว่าเท่าตัว ในลักษณะที่ให้ปุ๋ย ให้น้ำ และดูแลเหมือนๆกัน จากการสังเกตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าพื้นที่ลุ่มดินค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์กว่าและสำคัญคือที่ลุ่มสามารถเก็บความชื้นได้ดีกว่าที่ดอน คือดินจะไม่แห้งเร็ว ความชื้นจะสม่ำเสมอ หน่อไม้จึงออกเร็วกว่าปกติและหน่อจะสมบูรณ์และหน่อจะยาวเร็ว จึงถือว่าเป็นข้อดีที่ช่วงนี้หน่อไม้จะมีราคาสูงสุด เพราะไผ่ในที่นาของเราจะออกหน่อก่อนไผ่นอกฤดูสวนอื่นๆ ราคาหน่อไม้ช่วงนี้จะสูงสูงถึง 60-80 บาท/กิโลกรัมเลยทีเดียว ส่วนเรื่องปุ๋ยที่สวนจะไม่ใช้ปุ๋ยเคมีแต่จะใช้ปุ๋ยขี้ไก่ โดยจะใส่กอละ5-7 กิโลกรัม โดยจะใส่ปีละ2 ครั้งคือ ก่อนทำนอกฤดูและต้นฤดูฝน ส่วนการให้น้ำจะให้แบบสูบลาดตามร่องที่ทำไว้ตามแถวของกอไผ่ และการให้น้ำทางสายยางขนาดนิ้วครึ่ง โดยจะให้น้ำ5-7 วัน/ครั้ง ที่เราให้น้ำแบบสายยางเพราะว่าประหยัด ง่ายต่อการจัดการภายในสวน และที่สำคัญคือไผ่ที่ได้รับน้ำอย่างพอเพียงและมากตามความต้องการ ทำให้ดินมีความชื้นสูง ฟางที่ใช้คลุมที่โคนของไผ่ก็จะใช้เก็บความชื้นได้เป็นอย่างดีอีกทางหนึ่ง
และข้อสำคัญที่เป็นปัจจัยหลัก คือ
1. ระบบน้ำ ต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก คือบ่อน้ำต้องมีเพียงพอตลอดทั้งปี ถ้าไม่มี จำเป็นจะต้องขุดสระ หรือเจาะบ่อบาดาล เราต้องเข้าใจธรรมชาติของพืชหรือไผ่ คือต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ การให้น้ำต้องให้พอกับความต้องการของไผ่ เพื่อไผ่จะออกหน่อได้ดกดีและหน่อจะสมบูรณ์ การให้น้ำทำได้หลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ และความพร้อม จะให้แบบสปริงเกอร์ ใช้สายยางรด หรือสูบลาด ก็ได้เช่นกัน
2. การปลูกไผ่ เจ้าของจะลงมือปลูกเอง เพื่อไม่ให้ดินในถุงเพาะชำแตก หลังจากปลูกเสร็จ ให้น้ำทันที เพื่อให้ไผ่ตั้งตัวได้เร็ว ส่วนขั้นตอนอื่นๆ จะจ้างทำก็ได้
3. ภายในสวนจะไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมีทุกชนิด แต่จะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตขึ้นเอง เพื่อสุขภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย ใส่อย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้ง ไผ่จะได้ธาตุอาหารครบถ้วนและเพียงพอ ส่วนปุ๋ยน้ำจะให้เสริมบ้าง
4. ปลูกเอง ขายเอง เพื่อรักษาคุณภาพและความสดของหน่อไม้ กำหนดราคาเองอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย (ไม่ให้พ่อค้ามาตั้งราคาให้)
5. การไว้ลำเยอะ ไม่ใด้หมายความว่าไผ่จะออกหน่อเยอะ การไว้ลำอย่าเหมาะสม ไม่ไว้ลำที่แก่เกินไป การตัดแต่งกิ่งสางกอ ให้แสงแดดส่องถึงบ้าง เพื่อป้องกันโรคและแมลง
6. การดูแลเอาใจใส่ที่ดี การให้ความสำคัญทุกขั้นตอนรายละเอียด หมั่นสังเกตุ วิเคราะห์ในการแก้ไขปัญหา อย่าปล่อยให้ปัญหาต่างๆสะสม แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็ตาม.....











